Make your own free website on Tripod.com

ฝนกรด

        ในบรรยากาศปกติจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในความเข้มข้นโดยประมาณ คือ 0.034% ทำให้มีการละลายของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่น้ำฝน เกิดเป็นกรดคาร์บอนิกซึ่งเป็นกรดอ่อน ดังนั้นที่สภาวะสมดุลของความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในบรรยากาศและน้ำฝน จะพบว่าน้ำฝนมีค่า pH ประมาณ 5.6 ถ้าสภาพน้ำฝนมีสภาพความเป็นกรดต่ำกว่านี้ ก็หมายถึงว่ามีอนุมูลของกรดชนิดอื่น ๆ ปรากฏอยู่ในน้ำฝนด้วย ดังนั้นถือว่าเกิดสภาพฝนกรด
        อนุมูลสำคัญที่นับว่ามีอิทธิพลต่อการลด pH ในน้ำฝน คือ อนุมูลซัลเฟตและไนเตรต ซึ่งมาจากกรดซัลฟูริค และกรดไนตริคโดยมีแหล่งกำเนิดที่สำคัญ จากการสันดาปของเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งมักจะมีซัลเฟอร์เป็นองค์ประกอบจำนวนน้อย ขณะสันดาปซัลเฟอร์ในเชื้อเพลิงฟอสซิลจะเข้าทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ กลายเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ส่วนไนโตรเจนก็จะเข้าทำปฏิกิริยากันเองกับออกซิเจนที่อุณหภูมิสูงเกิดเป็นไนตริกออกไซด์ ออกไซด์ของสารทั้งสองชนิดดังกล่าว จะถูกเติมออกซิเจนในบรรยากาศช้า ๆ เกิดเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ จากนั้นจะถูกดูดซับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนไดออกไซด์เข้าไปในเมฆและเกิดการเติมออกซิเจน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นกรดในภายหลังได้จากนั้นเมื่อละลายในน้ำฝนทำให้ความเป็นกรดในน้ำฝนสูงกว่าปกติและตกลงมาจึงเกิดเป็นฝนกรดเมื่อตกลงมาสู่พื้นโลกฝนกรดนั้นจะมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่น ทำลายใบไม้ ทำให้พืชเติบโตช้า ทำลายอาหารต่าง ๆ ที่ปลากินเข้าไปและทำให้ปลาไม่สามารถวางไข่ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทำให้เกิดการกัดกร่อนรูปปั้น สะพาน เป็นต้น
ปรากฎการณ์ฝนกรด