Make your own free website on Tripod.com

รูรั่วโอโซน

        โอโซนในชั้นบรรยากาศ ทำหน้าที่สำคัญคือกันรังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ที่ผ่านมายังโลกให้เหลือในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก หากโอโซนที่ปกคลุมผิวโลกในระดับชั้นบรรยากาศนี้ลดน้อยลงหรือหายไป จะทำให้ผิวโลกได้รับรังสีอุลตร้าไวโอเลตมากเกินไป และทำให้เป็นอันตรายต่อมนุษย์ คือเกิดโรคมะเร็งทางผิวหนัง ปัจจุบันมีการลดลงของโอโซนในบรรยากาศเหนือขั้วโลกใต้ หรือที่เรียกกันว่าเป็นรูรั่วของโอโซน สาเหตุที่โอโซนลดน้อยลงนี้เนื่องมาจากการทำลายของสารเคมีหลัก คือ สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอนหรือสาร CFCs ทั้งนี้บริเวณรูรั่วโอโซนนั้นพบว่ามีก๊าซคลอรีนเป็นปริมาณ 100-500 เท่าของเมื่อเทียบกับในบริเวณอื่น
         เหตุที่เกิดรูรั่วของบรรยากาศเหนือขั้วโลกนั้นเกิดเนื่องจาก ในฤดูหนาวที่ยาวนาน 4 เดือน โดยไม่มีแสงอาทิตย์ส่องไปถึง ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ลดต่ำถึง -90 องศาเซลเซียส ทำให้ไอน้ำในบริเวณนั้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งทั้งหมด พายุหมุนที่ขั้วโลกใต้จะรับเอา CFCs เข้าไปในวงหมุนเข้าไปเกาะกับเกล็ดน้ำแข็งสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดฤดูหนาวอันยาวนาน เมื่อฤดูใบไม่ผลิมาถึง บริเวณนี้เริ่มได้รับแสงอาทิตย์ CFCs เริ่มแตกตัวให้อะตอมของคลอรีน จากนั้นอะตอมของคลอรีนก็จะเข้าทำปฏิกิริยากับโอโซนทันที เกิดเป็นรูรั่วของบรรยากาศชั้นโอโซนกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อฤดูร้อนมาถึงก็จะทำให้พายุหมุนสลายตัวกระจายรูรั่วโอโซนออกไปเป็นบริเวณกว้างขึ้น

        การทำลายโอโซนทำให้ผลผลิตพืชผักน้อยลงรวมทั้งมีผลต่อสัตว์อีกด้วย เมื่อรังสีมากขึ้นมีผลต่อสภาพพื้นดินทำให้ดินเปลี่ยนสภาพไป อุณหภูมิโดยรอบสูงขึ้น ขาดน้ำซึ่งส่งผลให้พืชเติบโตได้น้อยลง นอกจากนี้รังสีจากดวงอาทิตย์ยังทำลายไข่และตัวอ่อนของสัตว์บางชนิดด้วยโดยเฉพาะสัตว์น้ำ

รูรั่วโอโซน