Make your own free website on Tripod.com

คุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตสิทธิพื้นฐานของมนุษยชาติ

         ชีวิตทุกชีวิตต่างมีความปรารถนาในการดำรงอยู่ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือ การกินดี อยู่ดีในสังคมที่ตนอยและด้วยเป้าหมายดังกล่าวนี้เอง ที่ทำให้แต่ละผู้คนต่างแสวงหาให้ได้มาสิ่งที่ต้องการ
จึงเกิดมีการคิดค้นกรรมวิธีการผลิตขึ้นและวิวัฒนาการทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพอยู่ตลอดเวลาซึ่งแน่นอนที่สุดว่าผู้ที่มีโอกาสมากกว่าคือผู้ที่ได้มาในสิ่งที่สังคมผลิตขึ้นได้มากกว่าและในท่ามกลาง
ความเหลื่อมล้ำของการกินดีอยู่ดีของมนุษยชาติที่นับวันจะยิ่งทวีความแตกต่างมากขึ้นการแข่งขันกันในการผลิตเพื่อสนองตอบความต้องการก็ได้เป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดความเสื่อมโทรมขึ้นกับ
ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการผลิตและเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษอันมีผลกระทบต่อชีวิตไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่เป้าหมายของการกินดีอยู่ดีก้าวรุดหน้าไปในทางการสร้างสรร
เทคโนโลยีใหม่ๆนั้นชีวิตของผู้คนต่างต้องประสบกับผลกระทบอันเกิดจากปัญหาทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมและปัญหา
สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ โดยเฉพาะผู้คนที่ยากจนในประเทศเล็กๆ ซึ่งมีโอกาสของการ ดำรงชีวิตในความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีน้อยอยู่แล้วคือ ผู้ที่รับผลกระทบอย่างใกล้ชิดที่สุด
        ด้วยเหตุที่ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาที่ค่อยๆ สะสมตัวเองและแผ่ขยายขอบเขตออกไปอย่างช้าๆ แต่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะแต่ไม่รู้ตัว
จึงทำให้ปัญหานี้ถูกมองข้ามไป แต่ด้วยสายตาที่กว้างไกลของนักวิชาการหลายสาขาที่มีบทบาทอยู่ในการพัฒนากลุ่มหนึ่งจาก 10 ประเทศ ได้มองเห็นปัยหานี้ขึ้น จึงได้ร่วมประชุมปรึกษากันเป็นครั้ง
แรกที่กรุงโรม ในปี 2511 ประเด็นสำคัญของการประชุมก็คือ เรื่องความหายนะที่มนุษย์กำลังประสบอยู่ทั้งในปัจจุบันและที่จะประสบกันในอนาคต อันได้แก่ปัญหาความยากจนของประชากรเสื่อม
โทรม ของสภาพแวดล้อม การขยายตัวเมืองที่ขาดสภาพแวดล้อม การขยายตัวเมืองที่ขาดการวางแผน ภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจและการเงินอื่นๆ เป็นต้น การประชุมที่กรุงโร
ม ครั้งนั้นได้เริ่มก่อให้เกิดความตื่นตัวขึ้นในเรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อมกับคุณภาพของชีวิต จนถึงปี 2515 ก็ได้มีการประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติที่กรุงสต๊อคโฮม หลังจาก
นั้นความสนใจในปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ได้แผ่ขยายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว การผลิตที่เคยคำนึงถึงเฉพาะประโยชน์แต่เพียงประการเดียว ก็เริ่มมีการคำนึงถึงเฉพาะประโยชน์แต่เพียงประการ
เดียวก็เริ่มมีการคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมานักพัฒนาเริ่มพิจารณารูปแบบของการพัฒนาใหม่ทุกประเทศที่มีบทบาทในการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมล้อมแห่งชาติขึ้นในปีเดียวกันโดยมี
หน้าที่และความรับผิดชอบในการศึกษาวิเคราะห์สภาวะและคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายและการวางแผนและการกำหนดแนวทางในการส่งเสริมอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาสิ่ง
แวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนและทุกฐานะมีสิทธิใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างเท่าเทียมกัน รัฐบาลจึงต้องกำหนดนโยบายและมาตรการขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณ
ภาพสิ่งแวดล้อมและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติมิให้เสื่อมโทรม
        แต่ทั้งนี้ ก็มิใช่จะหมายความว่า เราจะหยุดการพัฒนาหรือจะกำจัดสิทธิในการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมลงโดยสิ้นเชิงเพราะกิจการทั้งหมดย่อมมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของผู้คนเหมือนกัน
ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้การพัฒนาก้าวหน้าไปควบคู่กับการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี แนวทางของการประสานกันของทั้ง 2 ประการนี้คือ         การกำหนดเงื่อนไขส่วนรวมขึ้นนั่นคือการต้อ
งหันหน้าเข้าหากันร่วมกันพิจารณาเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการนำเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างเหมาะสมและได้
ประโยชน์มากที่สุดโดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตของทรัพยากรธรรมชาตินั้นลดน้อยลง และไม่เป็นการผลักภาระความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมไปสู่ประชาชน
        ตัวอย่างหนึ่งจะกล่าวถึงก็คือ ในกิจการทางด้านอุตสาหกรรมนั้น นักอุตสาหกรรมจะต้องคำนึงผลกระทบที่กิจการของตนจะก่อผลกระทบต่อส่วนรวม อาทิ แหล่งที่ตั้งโรงงานการตั้งอยู่ในที่ชุมชน
เพื่อประโยชน์ในการรับบริการทางสาธารณูปโภคจากรัฐตลอดจนผลในทางคมนาคมขนส่ง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ปัญหาที่จะเกิดต่อชุมชนได้แก่ เสียงดังรบกวนอากาศเสีย ความเน่าเสียของน้ำ ตลอดจนสารพิษที่หลงเหลือจากการผลิตตลอดจนการหลีกเลี่ยงการกำจัดน้ำเสียเหล่านี้เป็นสิ่งที่โรงงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ผลก็คือคุณภาพของชีวิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อมต้องเสื่อมลงเมื่อใดก็ตาม
ที่นักอุตสาหกรรมมีใจกว้างพอที่จะยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพิ่มปรับปรุงสิ่งเหล่านี้แล้วเราก็จะกลับไปพบกับเป้าหมายเดิมที่ถูกหลงลืมมาเป็นเวลานาน
แล้วนั่นก็คือ การกินดีอยู่ดีของประชาชนนั่นเอง
        อย่างไรก็ตาม ในแนวทางการดำเนินงานการแก้ไขปรับปรุงและส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมของรัฐ นั้น จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจระหว่างกัน และสร้างแนวทางร่วมกัน
ทั้งนี้เพื่อที่จะให้คุณภาพของชีวิตและสิ่งแวดล้อมตั้งอยู่บนรากฐานสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่ายโดย คำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้ด้อยโอกาส อาทิ เกษตรกร ประมง และประชาชนที่ยากจนทั้งหลายให้
้ได้มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีเท่าเทียมกับคนในสังคมกลุ่มอื่นๆ ด้วย