Make your own free website on Tripod.com

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

"ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง" แนวชายฝั่งทะเลของประเทศไทย 2,815 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่มีทรัพยากรที่มีความหลากหลายด้านนิเวศวิทยา มีคุณค่าและประโยชน์อย่างมาก จึงทำให้เป็นบริเวณที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลัง
ประสบปัญหาความเสื่อมโทรม อันเนื่องมากจากการเจริญเติมโตของกิจกรรมต่างๆ บริเวณชายฝั่ง และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย ขาดความระมัดระวัง และไม่คำนึงถึงความสามารถ
ในการรองรับจนก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของตัวทรัพยากรและปัญหาความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์
ทรัพยากร ทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ ได้แก่ ป่าชายเลน ชายฝั่งและชายหาด แนวปะการังและหญ้าทะเล และทรัพยากรประมงทะเล

สถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

- ป่าชายเลน

        ป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากป่าชายเลนเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของทั้งพืชและสัตว์ มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนในหลายด้าน เช่น ใช้ประโยชน์จากไม้ในป่าชายเลน โดยนำมาทำฟืนและถ่าน ทำไม้เสาเข็มและไม้ค้ำยัน เปลือกไม้หลายชนิดสามารถสกัดแทนนินเอามากทำหมึก สี กาวและฟอกหนัง เป็นต้น ในด้านการประมง ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์น้ำและสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ในป่าชายเลน ตัวอ่อนของสัตว์น้ำที่สำคัญทางเศรษฐกิจที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน เช่น กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว และปลาอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังช่วยในการป้องกันการพังทลายชายฝั่งทะเล ลดความรุนแรงของคลื่น ชะลอความเร็วของลมพายุ ช่วยเพิ่มพื้นที่ตามชายฝั่ง ช่วยกรองของเสียที่เกิดจากแหล่งกำเนิดบริเวณชายฝั่งมิให้ไหลลงสู่ทะเลสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศบริเวณชายฝั่ง

- แนวปะการัง

        แนวปะการังของประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตอินโด-แปซิฟิกซึ่งมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังสูงสุดในโลก แนวปะการังของไทยมีจำนวนชนิดของปะการังและกลุ่มสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังมากกว่าหลายแห่งในโลก เช่น ฮาวาย แคริบเบี้ยน เป็นต้น แนวปะการังเป็นระบบนิเวศหนึ่งที่มีคุณประโยชน์นานัปการ โดยเป็นแหล่งอาหาร แหล่งหลบภัย และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนับพันชนิด หลายชนิดมีความสำคัญต่อการประมง เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาหางแข็ง กุ้งมังกร เป็นต้น เป็นแหล่งประมงทำให้ประชาชนมีแหล่งอาหารและมีรายได้ เป็นปราการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากแรงคลื่นและกระแสน้ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากหลายชนิด เช่น หอยมือเสือ ฉลามวาฬ กระเบนราหู เป็นต้น

- แหล่งหญ้าทะเล

        สาเหตุของความเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเล ได้แก่ กระบวนการทางธรรมชาติ เช่น สภาพพื้นท้องทะเลไม่เหมาะสม กระแสน้ำและคลื่นลมแรง การเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เป็นต้น การกระทำของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น การทำประมงในแหล่งหญ้าทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรืออวนลากขนาดเล็ก เรืออวนรุนประกอบเครื่องยนต์ และเรืออวนทับตลิ่งขนาดใหญ่ การเก็บเกี่ยวหญ้าทะเลเพื่อการค้าและการพาณิชย์ กิจกรรมที่ทำให้คุณภาพน้ำชายฝั่งทะเลเสื่อมโทรม เช่น การทำเหมือง การตัดถนน การขุดลอกร่องน้ำ การถมทะเล การก่อสร้าง น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนบ้านเรือน และนากุ้ง เป็นต้น

- ชายฝั่งและชายหาด

        สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งมาจากปัจจัยหลายประการ ตัวอย่างเช่น สาเหตุจากธรรมชาติ เช่น ลมมรสุมที่รุนแรง สภาวะอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เป็นต้น การก่อสร้างที่รุกล้ำลงในทะเลหรือการถมทะเล ตลอดจนการสร้างเขื่อนดักทรายเพื่อเปิดร่องน้ำและเพื่อกั้นทรายไม่ให้ถูกพัดพาไปซึ่งอาจทำให้รูปแบบของการเคลื่อนตัวของมวลทรายผิดปกติไป ทำให้ความสมดุลระหว่างคลื่น หาดทรายและกระแสน้ำขนานฝั่งถูกทำลาย การขัดขวางตะกอนมิให้ลงมาตามแม่น้ำได้ตามธรรมชาติ เช่น การสร้างเขื่อน สร้างฝาย เป็นเหตุให้มวลตะกอนที่เคยได้รับขาดหายไปทำให้สันดอนและชายฝั่งพังทลายไปแทนที่มวลตะกอนที่ขาดหายไป การก่อสร้างถนน ทางรถไฟที่ขนานกับชายฝั่ง รวมไปถึงบ้านเรือน ตลอดจนสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ปิดกั้นการไหลบ่าของทรายที่ถูกฝนชะพามา ซึ่งเป็นการเพิ่มมวลทรายให้กับชายหาดตามธรรมชาติ ทำให้ชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะในช่วงมรสุมไม่สามารถกลับคืนมาดังเดิมได้ด้วยกระบวนการตามธรรมชาติ ทำให้มวลรวมของทรายชายหาดลดลงทุกปี

- ทรัพยากรประมงทะเล

        บริเวณอ่าวไทยเป็นส่วนหนึ่งของไหล่ทวีปมีความลึกเฉลี่ย 45 เมตร มีแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่อ่าวไทยพัดพาเอาตะกอนและสารอาหารจำนวนมากลงสู่ทะเล ในบริเวณอ่าวไทยตอนบนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตสูงมากแห่งหนึ่งในโลก บริเวณที่มีแพลงก์ตอนมากคือบริเวณปากแม่น้ำสายหลักทั้ง 4 สาย และบริเวณชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกตอนบนของอ่าวไทย จึงมีปลาหลายชนิดวางไข่ในบริเวณนี้ การหมุนเวียนของน้ำจากชั้นล่างขึ้นสู่ผิวน้ำที่บริเวณนอกฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย โดยเฉพาะบริเวณนอกฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชุมพร ทำให้ปริมาณธาตุอาหารมีมากขึ้น เป็นแหล่งอาหารปลาที่มีความอุดมสมบูรณ์ บริเวณดังกล่าวจึงเป็นที่ว่างไข่และเพาะเลี้ยงลูกปลาทูตามธรรมชาติ
กลับไปหน้าแรก.....